gclubขัดตาทัพ

ชาว gclub เห็นว่าชัดขึ้นมาทุกขณะแล้วสำหรับการเมืองไทย ปี่กลองเร่งระรัวก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.2550 การแบ่งขั้วที่ขมุกขมัวก่อนหน้าหลายกลุ่มการเมืองเริ่มจับกลุ่มแบ่งขั้วชัดเจนขึ้นมาแล้ว คือกลุ่มพรรคไทยรักไทยเดิมหรือพรรคพลังประชาชน ที่ประกาศพร้อมสู้ศึกการเลือกตั้งโดยมี “สมัคร สุนทรเวช” หัวหน้าพรรคเป็นแม่ทัพใหญ่ ขณะที่อีกขั้ว คือ กลุ่มฝ่ายค้านเดิม หรือกลุ่มบอยคอตเลือกตั้ง “ยุคทักษิณ” ที่ประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชนที่ชู “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ปชป.เข้าประกวดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี    ล่าสุด ชาว gclub พบว่าเกิดพรรคการเมืองใหม่ที่ชื่อ “พรรคเพื่อแผ่นดิน” หวังชูเป็นพรรคขั้วกลางในการเลือกตั้ง ซึ่งประกอบพรรคประชาราชของเจ้าพ่อวังน้ำเย็น “เสนาะ เทียนทอง”, กลุ่มมัชฌิมา ของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน”, กลุ่มกรุงเทพฯ 50 ของ “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ” และกลุ่มรวมใจไทยของ 2 แกนนำคนสำคัญคือ พินิจ จารุสมบัติ – ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แต่พรรคการเมืองที่เพิ่งทำคลอดยังไม่มีหัวหน้าพรรคที่จะส่งเข้าประกวดในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเพราะเหตุผลส่วนนี้ที่ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่เป็นหนึ่งในแกนนำรวมใจไทยก่อนหน้าได้ประกาศไม่เข้าร่วมด้วยกับ “พรรคเพื่อแผ่นดิน” และอาจหันไปปัดฝุ่นกลุ่มลำตะคลองเพื่อฟื้นพรรคชาติพัฒนาให้กลับมาโลดแล่นบนถนนสายการเมืองอีกครั้ง ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ระบุกับชาว gclub ว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมากที่หลายกลุ่มการเมืองสามารถรวมตัวกันตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาได้สำเร็จเพราะทุกกลุ่มได้เสียสละอำนาจส่วนตัวมาตั้งพรรคการเมืองเพื่อช่วยชาติให้พ้นวิกฤตหลังยุคทักษิณที่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้แผ่นดินมากกมาย การรวมตัวครั้งนี้พรรคขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อเยียวยาบาดแผลนั้นให้หายไปจากแผ่นดินไทย และยังช่วยสกัดไม่ให้อำนาจเก่าได้มาบริหารบ้านเมืองอีกสมัยส่วนความชัดเจนทั้งหมดกำหนดไว้ว่าวันที่ 20 ก.ย.นี้ ตำแหน่งในพรรคทุกอย่างจะเสร็จสินไม่ว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคจะลงมติเลือกกันในวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ที่ชาว gclub เห็นว่าพรรคได้ไปทาบทาม “ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์” เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังก์ถัด (UNCTAD) มานั่งตำแหน่งหัวหน้าก็ได้รับการปฏิเสธจากดร.ศุภชัยแล้วเพราะท่านจะขอทำงานจนเกษียณในวาระก่อนเข้าสู่การเมืองอีกครั้งแต่แคนดิเดตคนที่มานั่งในหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินก็ยังมีหลายคนซึ่งต้องมีการพุดคุยกันอีกทีว่าจะเอาใครมานั่ง เพราะแคนดิเดตทุกคนไม่ว่าจะเป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อานันท์ ปัญยารชุน, ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์, ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย หรืออีกหลายคนที่กำลังทาบทามและยังมีหลายชื่อที่ไม่ได้รับการเอ่ยถึงในขณะนี้ล้วนมีความสามารถกันทุกคนให้รอวันที่ 20ก.ย.จะได้รู้พร้อมกันทั่วประเทศ  ด้านแหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยกับชาว gclub ว่า หากพรรคพลาดเป้าไม่ได้ตัวดร.ศุภชัย มานั่งตำแหน่งหัวหน้า ก็มีหลายแนวทางไว้รองรับโดยสมาชิกส่วนใหญ่อาจจะให้การสนับสนุนสุวิทย์ คุณกิตติ นั่งตำแหน่งหัวหน้าเพื่อแผ่นดินก็ได้เพราะทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิไม่ได้ด้อยกว่าใครในพรรคอีกทั้งในงานประกาศเจตนารมณ์ของพรรคที่ผ่านมา สุวิทย์ก็ทำตัวเหมือนพ่องานอยู่แล้วทำให้สมาชิกหลายกลุ่มมีความเห็นตรงกันจะผลักดันให้นั่งหัวหน้าพรรคในวันที่ 20 ก.ย. นี้  ขณะที่เป้าหมายของพรรคเพื่อแผ่นดินมีเป้าหมายเดียว คือ การจัดตั้งรัฐบาล เพราะจากการรวมตัวของกลุ่มต่างๆ มีการประมาณส.ส.ที่จะได้รับในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าอย่างน้อย 200 ที่นั่งโดยตำแหน่งผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคคงไม่มีใครเหมาะสมเท่า นายเสนาะ เทียนทอง อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนเพราะทั้งเรื่องอาวุโส บารมีทางการเมืองชาว gclub ถือว่าสูงกว่าทุกคนในพรรคและเสนาะยังเป็นแม่ทัพใหญ่ที่เจาะกลุ่มพื้นที่สีแดงของภาคอีสานที่เป็นฐานที่มั่นเดิมของพรรคพลังประชาชนได้อย่างสนุกแน่นอน ส่วนจะข้าไปดูแลรับผิดชอบการหาเสียงในเขตพื้นที่ กทม.และเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศที่ทักษิณได้ทำลายลงให้ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างเร็วที่สุด” ประชัย ยืนยัน ขณะที่ สุวิทย์ คุณกิตติ หนึ่งแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดินกล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานหลังจากนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ได้คุยกันไว้หลายแนวทางทั้งการเปลี่ยนชื่อพรรคประชาราช หรือการจดทะเบียนพรรคใหม่จะพิจารณากับชาว gclub ว่าตรงไหนรวดเร็วก็จะดูจุดนั้น แต่เบื้องต้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาราชวันที่ 20 ก.ย.นี้กรรมการบริหารพรรคจะลาออกเพื่อให้ตำแหน่งว่างจะได้เสนอชื่อบุคคลใหม่เข้าทำหน้าที่ส่วนตัวหัวหน้าพรรค ยังไม่ได้พูดคุยกันที่ผ่านมาคุยกันเฉพาะเรื่องการประกาศเจตนารมณ์เพื่อแผ่นดินยังไม่ได้คุยเรื่องอื่นโดยผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคกำลังปรึกษาหารือกันอยู่เพราะคนที่จะมาเป็นหัวหน้าได้มีหลายคนทุกคนมีสิทธิ์ ส่วนการทำงานร่วมกับกลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ของ “สุวัจน์” ชาว gclub เห็นว่ายังอยู่เหมือนเดิมไม่ได้แตกแยกกันยังพูดคุยกันอยู่และคิดว่าในที่สุด สุวัจน์ จะมีเจตนาที่ดีเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมืองเพราะการทำงานเพื่อบ้านเมืองอาจมีวิธีการหรือแนวทางแตกต่างกันแต่คิดว่าเราก็รวมกันได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยบอกว่าจะแยกจากกันเรายังอยู่ด้วยกันไม่เคยได้ยินสุวัจน์พูดเรื่องกลับไปตั้งพรรคชาติพัฒนาจึงไม่ควรคิดแทน  ด้าน ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำกลุ่มรวมใจไทยมองถึงการรวมกลุ่มพรรคเพื่อแผ่นดินว่า เป็นการเกิดพรรคการเมืองแบบหลวมเป็นพรรคทางเลือกแต่ไม่คำนึงถึงการอยู่รอด เพราะหากชาว gclub สังเกตให้ดีคนที่ขึ้นเวทีกว่า 200 คนนั้นมีกี่คนที่ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ส่วนมากถูกตัดสิทธิทางการเมืองจำนวนมากทั้งสิ้น ประกอบกับ ส.ส.ส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะร่วมอยู่กลับกลุ่มใด-พรรคใดจนกว่าจะมีการจดทะเบียนพรรคการเมือง ส่วนที่พรรคเพื่อแผ่นดินหวังว่ากลุ่มรวมใจไทยจะไปร่วมนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะดูได้จากโพลของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็ยังยกให้กลุ่มรวมใจไทยมีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 3 ของประเทศจึงไม่มีเหตุผลใดต้องเข้าร่วม ยกตัวอย่างเอาง่ายๆ ชาว gclub พบแค่หัวหน้าพรรคยังหาไม่ได้เลยในตอนนี้ ต่างกลับกลุ่มรวมใจไทยที่แกนนำทุกคนสามารถขึ้นมาเป็นหัวหน้าได้อยู่แล้ว วันที่ 13 ก.ย.นี้ กลุ่มรวมใจไทยจะไปจดทะเบียนตั้งพรรครวมใจไทยโดยวันนั้นจะเป็นวันเปิดตัวหัวหน้าพรรคด้วย” ดร.เอนก กล่าว และว่าไม่ปฏิเสธข่าวที่ว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยจะมาร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่นี้ ส่วนตำแหน่งของ พล.อ ชวลิตในพรรคยังไม่ได้คุยกัน เพียงแต่คุยถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในอนาคตเท่านั้น        เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ความชัดเจนทางการเมืองก็คลี่คลาย เพราะในสนามเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.นี้จะมีกลุ่มการเมืองหลักๆ ที่สู้ศึกเลือกตั้งกัน คือ 1.กลุ่มไทยรักไทยเดิม 2.กลุ่มฝ่ายค้านเดิม 3.พรรคเพื่อแผ่นดิน และสุดท้าย 4.พรรครวมใจไทย เห็นหน้าค่าตากันต่อไปคงอยู่ที่อดีต ส.ส.จะหาชายคาซุกหัวเข้าสังกัดก่อนครบ 90 วันตาม รธน.2550 ดังนั้น ในการวางแผนการทำงานเพื่อรับมือกับการเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐบาลจึงเสนอแนะการทำงานในแบบพหุภาคีเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันสะท้อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในเรื่องบุคลากรและงบประมาณ ชาว gclub พบว่า สำหรับแนวทางในการดำเนินงานของ คมช.นั้น มีความเป็นไปได้ที่นอกจากจะประสานไปยังแม่ทัพภาคต่างๆ เหมือนเมื่อครั้งการลงประชามติที่ผ่านมาแล้ว การดึงกำลังเจ้าหน้าที่ทหารภายใต้หน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ที่มีเครือข่ายประเทศทั้งสิ้นถึง 60,000 คนจะเป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน สอดคล้องกับที่ “พล.ท.จิรเดช คชรัตน์” แม่ทัพภาคที่ 3 เผยว่า ชาว gclub เห็นว่าหน้าที่หลักในการจัดการเลือกตั้งก็จะเป็นของ กกต. ส่วนทหารนั้นมีหน้าที่ในทหารดูแลและทำความเข้าใจกับประชาชนเท่านั้น ส่วนที่เป็นกังวลในเรื่องกฎอัยการศึกนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคงซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเลือกตั้ง หากมองในแง่ดีถือว่าสร้างความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ  ด้าน กระทรวงมหาดไทย ที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันในการจะต้องมีความเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความใกล้ชิดประชาชน คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ รวมทั้งผู้นำศาสนา  ซึ่งในจุดนี้ กระทรวงมหาดไทยต้องรับไปดูแล โดยเฉพาะเมื่อมีการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” ในกรณีของการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งล่าสุด ซึ่งพบว่าใน จ.แพร่ และ จ.ศรีสะเกษ ผู้ว่าราชการจังหวัดถูกโยกเข้ากรุไปนั่งในตำแหน่งผู้ตรวจการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเชื่อว่าบทบาทของข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยต่อการเลือกตั้งจะเข้มขึ้นอย่างมากเมื่อได้เห็นบทเรียนดังกล่าวแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงถือเป็นการเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่สุดระหว่าง “อำนาจเก่า” และ “อำนาจใหม่” ซี่งหากฝ่ายใดพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ก็หมดสิ้นซึ่งความชอบธรรมที่จะเรียกร้องหรือใช้กลเกมใดก็ตาม

This entry was posted in gclub and tagged . Bookmark the permalink.